คนเราที่ไม่กลัวบาป ทำบาปได้ ก็คือว่าไม่เห็นมรณะภัย ความ

คนเราที่ไม่กลัวบาป ทำบาปได้ ก็คือว่าไม่เห็นมรณะภัย ความตายที่จะมาถึงตน

พระพุทธเจ้าจึงเตือนว่า ให้ภาวนามรณะ ความตายนี้ ให้มันได้ทุกลมหายใจเข้าออก

ถ้าเราแค่นึกได้ เจริญได้ ซึ่งความตาย ทุกลมหายใจเข้าออกแต่จิตใจนั้นยังไม่สงบ ยังไม่เป็นดวงหนึ่งดวงเดียว ก็ได้แค่ปริยัติธรรมคือคำว่าเรื่องตาย
แต่จิตคนเรามันหาเป็นไปอย่างนั้นไม่ จึงจำเป็นต้องนึก ต้องเจริญจนจิตใจนั้นเห็นด้วย เข้าใจตามที่เราฟังธรรมคำสั่งสอนนั้นด้วย จิตนี้จึงจะเข้าสู่สมาธิภาวนาเป็นดวงหนึ่งดวงเดียวอยู่ภายใน

อุบายคือ ความตายนี้แหละ จึงเป็นยอดกรรมฐานสูงสุดในกรรมฐานทั้งหลาย
เพราะว่าเมื่อความตายมาถึงบุคคลใดแล้ว บุคคลนั้นจำเป็นต้องตายไป ตามยถากรรมนั้นๆ

ทีนี้เราจะไตร่ตรองพินิจพิจารณาให้เห็น ก็คือได้ข่าวว่าคนอื่นตายก็เอามาสอนใจของตน เอามาสั่งสอนใจของเรา
ก็ไม่เฉพาะสองสามคำคิดนึกเท่านั้น แล้วก็หยุดไป เอามาสอนมาตักเตือน จนจิตนั้นสงบระงับ มีความสลดสังเวชในความตาย

มรณ เม ภวิสติ ให้นึกอยู่ทุกเวลา ทุกลมหายใจเข้าออก จนได้รับความสลดสังเวชทุกลมหายใจเข้าออก จนจิตใจนี้ เมื่อมันเห็นความตายจริงๆแล้ว มันหยุด มันหยุดความอยากได้ ความอยากดี อยากมี อยากเป็น ต่อมิอะไรๆได้ทั้งหมด

ก่อนที่ความตายจะมาถึง ให้เราทำความดีให้เต็มที่

ผู้ปฏิบัติในทางพระพุทธศาสนา เมื่อท่านมานึกได้ เจริญได้ว่า มรณ เม ภวิสติ เราต้องตาย ท่านไม่นิ่งนอนใจ ท่านภาวนา ทำความเพียร ละกิเลส

คัดลอกบางส่วนจากพระธรรมเทศนา กัณฑ์ที่ 6
“นี่คือยอดกรรมฐาน”
6 เมษายน 2520


โดยสมาชิก ชื่อ สิริ ปัญญาวโร
จากกลุ่ม หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร วัดถ้ำผาปล่อง จ.เชียงใหม่